097-918-4244
02-168-3232

การขายอสังหาริมทรัพย์ผ่านตัวแทนนายหน้าในระบบ ใครได้ประโยชน์บ้าง?

     การขายอสังหาริมทรัพย์ต้องตอบโจทย์ในเรื่องของผลประโยชน์ ผลตอบแทนและรายได้ให้ลงตัวทั้งด้านเจ้าของทรัพย์และตัวแทนนายหน้าแบบมีสังกัดดังนี้

     ผลตอบแทนและรายได้ธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เริ่มจาก เจ้าของทรัพย์ ที่ต้องการขายทรัพย์อย่างจริงจัง ก็ต้องการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพที่ทำงานอย่างจริงจัง ทำงานแบบรู้ขั้นตอนทำงานเป็น โดยเฉพาะนายหน้าที่มีสังกัด เพื่อให้อสังหาริมทรัพย์ที่ฝากขายมานั้นขายได้ดีมีราคา และขายได้เร็วตามที่ต้องการ เพราะว่าเจ้าของทรัพย์ส่วนใหญ่ที่ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองนั้น มีความต้องการจะขาย มีความเร่งรีบที่จะขาย อาจเป็นเพราะต้องการย้ายถิ่นฐาน อาจเป็นเพราะต้องการขยายครอบครัว หรืออาจเป็นเพราะมีความจำเป็นในด้านอื่น ๆ จึงต้องการนายหน้ามืออาชีพที่มีสังกัดเข้ามาช่วย เพราะนายหน้าที่มีสังกัดไม่ได้ทำงานลำพังเพียงคนเดียว นายหน้ามีสังกัดจะมีเพื่อนที่เป็นนายหน้าด้วยกันภายใต้สังกัดสมาคม และองค์กรที่นายหน้าอยู่ ช่วยกันขาย มีองค์กรที่นายหน้าอยู่ช่วยเหลือทางด้านการตลาด โดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ช่วยกันขาย ทำให้อสังหาริมทรัพย์ที่ฝากขายมานั้นเป็นที่รับรู้ของลูกค้าได้อย่างเป็นอย่างดี จึงขายได้ในที่สุด จากเหตุนี้เองเจ้าของอสังหาริมทรัพย์จะได้ผลตอบแทนคืออสังหาริมทรัพย์ขายได้เร็วตามที่ต้องการ และเจ้าของอสังหาริมทรัพย์จะได้เงินเข้ามาตามที่คาดหวังไว้ตามที่ต้องการโดยมีนายหน้าในสังกัดทำงานให้

     ส่วนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แบบมีสังกัดนั้น เมื่อขายอสังหาริมทรัพย์ที่รับฝากขายได้ ผลตอบแทนที่นายหน้าจะได้รับคือค่าบำเหน็จหรือค่านายหน้าจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่รับฝากขายมาถ้ามีมูลค่ามาก ก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าบำเหน็จหรือค่านายหน้ามากไปด้วย โดยค่าบำเหน็จหรือค่านายหน้าที่กำหนดไว้ ดังนี้ คือหากขายได้ภายใน 3เดือน นับตั้งแต่วันที่เซ็นต์สัญญาฝากขาย ก็จะได้รับผลตอบแทนจากการทำงาน ที่นายหน้าได้ทำงานอย่างทุ่มเท และเต็มกำลัง โดยใช้เวลาทำงานเพียง 90 วัน ในอัตรา 4% ของราคาขาย แต่ถ้าทำงานแบบทุ่มเทเต็มกำลังความสามารถแล้วภายใน 3 เดือน ก็ยังขายไม่ได้อาจะจะเป็นด้วยสาเหตุ เนื่องจากตั้งราคาสูงไป หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ฝากมาอยู่ในทำเลที่มีความต้องการน้อย และภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาเกิน 3 เดือนแรกไปแล้วขายได้ ก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่าบำเหน็จหรือค่านายหน้าในอัตรา 3% ของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่ขายได้

     เช่น กรณีรับฝากขายมาในมูลค่า 4,000,000 บาท ขายได้ภายใน 3 เดือน นับจากวันฝากขายจะได้ค่านายหน้า 160,000 บาท ถ้าขายได้หลังจาก 3 เดือน ถึงวันที่ครบกำหนดในสัญญาจะได้ค่านายหน้า 120,000 บาท รายได้ของนายหน้าไม่ได้มีเฉพาะค่าบำเหน็จนายหน้าเท่านั้น ยังมีค่าแนะนำทรัพย์ฝากขายอีก ร้อยละ 10 ของค่าบำเหน็จ หรือแนะนำผู้ซื้อให้ซื้อทรัพย์ ก็จะได้ค่าแนะนำร้อยละ 10 ของค่าบำเหน็จเช่นกันเมื่อทัพย์นั้นขายได้

     ตัวอย่าง การได้รับค่าแนะนำทั้งการแนะนำผู้ชาย และแนะนำผู้ซื้อ ในกรณีที่ขายทรัพย์มูลค่า 4,000,000 บาท ได้ ผู้แนะนำจะได้ค่าแนะนำจำนวน 16,000 หรือ 12,000  ตามระยะเวลาที่ขายได้

     นอกจากนั้นยังมีลักษณะช่วยกันขาย หรือที่เรียกว่า Co-Broker หรือ Co-Sale ก็จะได้ค่าตอบแทนคนละครึ่งกับเจ้าของทรัพย์ที่ดูแลทรัพย์นั้น ๆ

     ตัวอย่าง การได้รับค่าบำเหน็จจากการ Co-Broker หรือ Co-Sale ในกรณีที่ขายทรัพย์มูลค่า 4,000,000 บาทได้ ก็จะได้ค่าบำเหน็จจากการ Co ดังนี้

     ถ้าขายได้ภายใน 3 เดือน จะได้รับ 40,000 บาท

     ถ้าขายได้หลังจาก 3 เดือนจนครบสัญญา จะได้รับ 30,000 บาท

     ที่สำคัญการขายอสังหาริมทรัพย์ผ่านตัวแทนนายหน้าในระบบเจ้าของทรัพย์จะมีความสบายใจเพราะว่าทุกขั้นตอนการทำนิติกรรม ไม่มีการหลบเลี่ยง ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ยุติธรรม ผู้ฝากขายก็ไม่ต้องมากังวลเกี่ยวกับเรื่องการเสียภาษีย้อนหลังแต่อย่างใด นอกจากนั้นตัวแทนขาย ยังทำตามกฎระเบียบของ ปปง. อีกด้วย

     บทสรุป ทั้งนี้ทั้งนั้น การรับฝากขายแต่ละครั้งจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรโดยการทำเป็นหนังสือสัญญาแต่งตั้งตัวแทนนายหน้าให้เรียบร้อยก่อนการขายทุกรายการ

ธนภาคย์ (เนตร) ทองฐิติพันธ์
RE Agent Consultant
Estate Corner Co.,Ltd.

Document

Search Properties

ประเภทอสังหา ฯ
สถานที่ตั้ง
สถานที่ตั้ง
ประเภท
ช่วงราคา
ช่วงราคา

สื่อการตลาดของเรา



Copyright 2019 Estate Corner Co., Ltd. - All rights reserved.